‘ชาร์ป’ กางกลยุทธ์รุกตลาด B2B ส่ง ‘พลาสม่าคลัสเตอร์’ เพิ่มความเชื่อมั่นภาคธุรกิจด้วย ‘Clean Air Society’

จากความสำเร็จในการเป็นผู้นำตลาดเครื่องฟอกอากาศในครัวเรือน ชาร์ปเปิดตัวนวัตกรรมฟอกอากาศ ‘พลาสม่าคลัสเตอร์’ สำหรับภาคธุรกิจ B2B เพื่อยกระดับมาตรฐานอากาศสะอาดสร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้บริการพื้นที่สาธารณะ เล็งเจาะตลาดระบบขนส่งมวลชน-โรงแรม-อสังหาริมทรัพย์และสถานประกอบการ ปูพรมใช้งานแล้วทั้งในระบบขนส่งมวลชน คอนโดมิเนียม โรงแรมและโรงพยาบาล ลั่นพร้อมบุกตลาด B2B อย่างเต็มรูปแบบ ในปี 2564

นายโรเบิร์ต อู๋ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาร์ป ไทย จำกัด เปิดเผยว่า “ชาร์ป คอร์ปอเรชั่น เล็งเห็นถึงปัญหาและความจำเป็นของคุณภาพอากาศที่สะอาดและปลอดภัย จึงมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคม ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีพลาสม่าคลัสเตอร์เอกสิทธิ์เพียงหนึ่งเดียวของชาร์ปอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่นำมาปรับใช้ในเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านทั้งเครื่องฟอกอากาศ ตู้เย็น เครื่องดูดจับไรฝุ่นและเครื่องปรับอากาศ แต่ยังนำมาต่อยอดในพื้นที่สาธารณะต่างๆอีกด้วย ซึ่งล่าสุดชาร์เล็งเห็นความสำคัญของการควบคุมและจัดการกระระบาดของโควิด-19 ว่าวัคซีนจะเป็นหนทางในการควบคุมการระบาดได้ดีที่สุดจึงได้มอบเครื่องใช้ไฟฟ้า ให้กับ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่ออำนวยความสดวกในการให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 แก่ประชาชน ซึ่งถือได้ว่าเป็นหน่วยงานที่รองรับความต้องการของประชาชนได้มากเป็นลำดับ 2 ของประเทศ รองจากศูนย์รับวัคซัน ณ สถานีบางซื่อ โดยคาดการว่าจะมีผู้เข้ารับวัคซีนกว่า 2,000 ราย ต่อวัน  นอกจากนี้ชาร์ปยังทำโครงการต่างๆอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นโครงการ “Write to Breathe” ที่ทางชาร์ปได้ลงพื้นที่ทำกิจกรรมไปแล้วทั้งสิ้น 2 ครั้ง ครั้งแรกที่จังหวัดเชียงใหม่ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากปัญหาฝุ่น PM 2.5 โดยทางชาร์ปให้โอกาสเด็กๆ ในท้องที่ได้เขียนแสดงความเห็นเกี่ยวกับมลพิษที่พวกเขาต้องเผชิญ ภายใต้หัวข้อ “I have right to breath” สอดรับกับชื่อโครงการที่เปิดพื้นที่ให้เด็กๆได้ลอง “Write(เขียน)” ถึงสิ่งที่เป็น “Right(สิทธิ)” ของพวกเขาเอง  พร้อมทั้งส่งมอบเครื่องฟอกอากาศทั้งสิ้น 40 เครื่อง ให้แก่โรงเรียนและสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าในจังหวัด รวมถึงจัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันและดูแลตนเองในยามที่ต้องใช้ชีวิตในสภาวะอากาศเป็นมลพิษโดยอาจารย์จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากเด็กๆ เป็นอย่างดี นำไปสู่กิจกรรมครั้งที่ 2 ที่จังหวัดราชบุรี โดยครั้งนี้ทางชาร์ปจับมือกับศูนย์สิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้แบบสนุกเข้าใจง่ายและลงพื้นที่มาทำกิจกรรมกับน้องๆ เยาวชนในจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจและตระหนักถึงพิษภัยของฝุ่น PM 2.5 พร้อมมอบเครื่องฟอกอากาศให้แก่โรงเรียนและมูลนิธิที่เกี่ยวข้องกับเด็กจำนวน 15 หน่วยงาน เป็นจำนวน 42 เครื่อง

ในด้านประสิทธิภาพเทคโนโลยีพลาสม่าคลัสเตอร์ ศุภโชค เจนธรรมนุกูล ผู้ช่วยผู้จัดการแผนกโซลูชั่นดีไซน์  บริษัท ชาร์ป ไทย จำกัด เปิดเผยว่า  “พลาสม่าคลัสเตอร์ เป็นเทคโนโลยีเอกสิทธิ์ของชาร์ปที่ถูกคิดค้นและใช้งานครั้งแรกเมื่อ 20 ปีก่อน โดยทางฝ่ายวิจัยและพัฒนาได้คิดค้นและต่อยอดพลาสม่าคลัสเตอร์ จนได้รับการรับรองจากสถาบันมากกว่า 30 แห่งทั่วโลกว่ามีประสิทธิภาพในการช่วยยับยั้งไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา ช่วยสลายสารก่อภูมิแพ้ กลิ่นไม่พึงประสงค์ ผลการทดสอบของสถาบันต่างๆ พบว่า เทคโนโลยีพลาสม่าคลัสเตอร์ ช่วยยับยั้งไวรัสในอากาศได้ถึง 99%  และผลวิจัยล่าสุดที่ร่วมกับศูนย์วิจัยแห่งชาติเพื่อการควบคุมและการป้องกันโรคติดเชื้อ สถาบันเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่น ยังพบว่า เทคโนโลยีพลาสม่าคลัสเตอร์ ช่วยลดจำนวนไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (SARS-CoV-2) ในอากาศได้มากถึงร้อยละ 91.3*”

ในสภาวะที่โลกต้องเผชิญกับ PM2.5 และวิถีชีวิตแบบ New Normal จากการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด 19) ผู้บริโภคทั่วโลกต่างให้ความสำคัญกับมาตราฐานความสะอาดและความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น  เทคโนโลยีพลาสม่าคลัสเตอร์ จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยผู้ประกอบการสร้างความเชื่อมั่นในการใช้บริการให้กับผู้บริโภคได้ ซึ่งชาร์ปเองได้พัฒนาและประยุกต์เทคโนโลยีพลาสม่าคลัสเตอร์ให้ติดตั้งและใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งภายในระบบระบายอากาศ/กระจายอากาศภายในอาคารหรือพื้นที่สาธารณะ  แบบตั้งพื้น ติดผนังและเพดาน โดยมีการใช้งานจริงและทดสอบประสิทธิภาพการใช้งานแล้วในหลากหลายภาคพื้นธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นห้องฟอกไตโรงพยาบาลธรรมศาสตร์, รถรับส่งผู้ป่วย (Ambulance) การขนส่งมวลขน เช่น รถไฟฟ้าและรถประจำทาง รวมถึงกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และคอนโดมิเนียม”

จากยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ติดตั้งโดยเทคโนโลยีพลาสม่าคลัสเตอร์กว่า 90 ล้านเครื่องทั่วโลก และศักยภาพของทีมงาน Smart Sotution ผู้เชี่ยวชาญในการ ออกแบบ และติดตั้งระบบฟอกอากาศให้เหมาะสมให้กับทุกกิจการ

ทำให้ชาร์ปมีความพร้อมที่จะสร้างอากาศสะอาดเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในการออกมาจับจ่าย ออกมาใช้ชีวิต ภายใต้แนวคิด Clean Air Society “อากาศสะอาดสร้างได้ ด้วยพลาสม่าคลัสเตอร์”

 

เกี่ยวกับพลาสม่าคลัสเตอร์ (Plasmacluster)

เทคโนโลยีพลาสม่าคลัสเตอร์ (Plasmacluster) เป็นเทคโนโลยีเอกสิทธิ์หนึ่งเดียวของ ชาร์ป ทำงานโดยการปล่อยประจุไอออน (Ion) ทั้ง ประจุไอออนบวก (H+) และประจุไอออนลบ (O2-) เพื่อทำลายผนังของเซลล์เชื้อรา (Mold) ไวรัส (Virus) แบคทีเรีย (Bacteria) สารก่อภูมิแพ้ (Allergy) และกลิ่นไม่พึงประสงค์ ซึ่งได้รับการทดสอบและรับรองประสิทธิผลการทำงานจากหลากหลายสถาบันวิจัยชั้นนำทั่วโลก ทั้งนี้ ชาร์ป คอร์ปอเรชั่น ยังมีแผนการทดสอบประสิทธิผลของเทคโนโลยีพลาสม่าคลัสเตอร์อย่างต่อเนื่อง และมุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคมต่อไป

หมายเหตุ * การวิจัยครั้งนี้ ใช้ความเข้มข้นของพลาสม่าคลัสเตอร์ไอออนโดยเฉลี่ยที่ 10 ล้านประจุ ต่อ ลูกบาศก์เซนติเมตร ทำการทดลองในพื้นที่ที่มีปริมาตรประมาณ 3 ลิตร ทดสอบโดยการปล่อยละอองไวรัสเข้าไปในเครื่องมือทดสอบ ที่ติดตั้งเครื่องปล่อยอนุภาพพลาสม่าคลัสเตอร์ความเข้มข้นสูงอยู่ภายใน หลังจากนั้นเมื่อพลาสม่าคลัสเตอร์ไอออนทำปฏิกริยากับละอองไวรัสเป็นเวลา 30 วินาที จึงดูดละอองไวรัสมาทำการตรวจนับจำนวนพลัคที่เหลืออยู่ (Plaque Assay)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *